นกกระเต็นลาย
นกกระเต็นลาย
Banded Kingfisher
Lacedo pulchella (Horsfield) 1821
เป็นที่รู้กันว่า
นกกระเต็น kingfishers คือนกที่กินปลาเป็นอาหารหลัก
จะงอยปากที่ใหญ่+ยาวไม่สมส่วนนั้น วิวัฒนาการมาให้เหมาะสำหรับพุ่งลงไปจับปลาในน้ำ
เราจึงมักพบพวกมันหากินใกล้แหล่งน้ำ
แต่ก็มีนกกระเต็นหลายชนิดที่จับสัตว์อื่นกินมากกว่าปลาเสียอีก
บางชนิดไม่กินปลาเลยด้วยซ้ำ พวกที่ไม่ค่อยกินปลาถูกเรียกรวมๆ ว่า tree
kingfishers ซึ่งจริง ๆ
แล้วกว่าครึ่งหนึ่งของชนิดนกกระเต็นทั้งหมดถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ (อีกสองกลุ่ม คือ river
kingfishers หรือนกกระเต็นน้อย และ water kingfishers ซึ่งเป็นกลุ่มของนกกระเต็นปักหลัก)
ด้วยความที่นกกระเต็นมีสายวิวัฒนาการแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ชัดเจนตามที่ได้กล่าวไป บางครั้งนักอนุกรมวิธานจึงแยกพวกมันออกเป็น 3 วงศ์ families พวก tree kingfishers มีขนาดตัวตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงใหญ่มาก นกกระเต็นใหญ่ทั้งสองชนิด (ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย) ชอบจับปลากิน แต่สัดส่วนอาหารที่เป็นปลาก็ค่อยๆ ลดลงตามลำดับในนกกระเต็นหัวดำ นกกระเต็นอกขาว นกกระเต็นแดง นกกินเปี้ยว จนถึงชนิดที่มักจับสัตว์เลื้อยคลานตามพื้นป่ากิน อย่างนกกระเต็นลายและนกกระเต็นสร้อยคอสีน้ำตาล
ลักษณะ
ปากยาวไม่สมตัว ความยาวของปากพอ ๆ
กับความยาวของหัว ปากใหญ่ กว้างตอนโคนปาก แหลมตรงและแข็งแรง สันปากบนตรงและมน
สองข้างปากไม่มีร่อง หัวโต คอสั้น ลำตัวค่อนข้างอวบอัด ปีกค่อนข้างสั้น
ปลายปีกมนขนปลายปีกมี 11 เส้น
แต่ขนปลายปีกเส้นที่ 11 ซึ่งเป็นเส้นนอกสุดสั้นเพียงนิดเดียว
ขนปลายปีกเส้นที่ 9 ยาวที่สุดหางค่อนข้างสั้น แต่ยาวกว่าปาก
ปลายหางมน ขนหางมี 12 เส้น ขาสั้นและเล็ก นิ้วเท้าเล็ก
มีข้างละ 4 นิ้วยื่นไปข้างหน้า 3 นิ้ว
และยื่นไปข้างหลัง 1 นิ้ว นิ้วกลาง (นิ้วที่ 3) ยาวกว่าขาท่อนล่าง โคนนิ้วกลางและนิ้วใน (นิ้วที่ 2)
ติดกันนิดหนึ่ง แต่นิ้วกลาง และนิ้วนอก (นิ้วที่ 4) ติดกันมากว่าครึ่งหนึ่งของความยาวนิ้ว
ด้วยเหตุนี้ เท้าของนกจึงใช้เกาะนิ่ง ๆ เท่านั้น ใช้เดินไปไหนมาไหนไม่สะดวก
ฝ่าเท้าแบน
เล็บสั้นโค้งแหลมสีสันสองเพศแตกต่างกันปากสีแดงตาสีน้ำตาลแกมเหลืองขาและนิ้วเท้าสีน้ำตาลแกมชมพู
นกตัวผู้
หน้าผาก หัวตา แก้ม ขนคลุมหู
และแถบแคบควั่นหลังคอสีน้ำตาลแดงเข้ม
กระหม่อมและท้ายทอยสีฟ้าอมม่วงแต่เนื่องจากโคนเส้นขนสีดำ จึงแลเห็นเป็นลายบั้งสีดำ
หลัง ไหล่ ขนคลุมปีก ตะโพก และขนคลุมบนโคนหางเป็นลายบั้งสีดำสลับสีฟ้าสดใส
ขนหางมีลายบั้งแคบสีฟ้าราว 6 แถบบนพื้นสีดำ ปลายหางสีฟ้า
ใต้หางเป็นลายบั้งสีดำสลับสีเงิน ขนกลางปีกสีดำ แต่มีลายบั้งสีขาว 2 แถบขวาง ขนปลายปีกสีค่อนข้างดำ คางและใต้คอสีขาว อก สีข้าง
และขนคลุมใต้โคนหางสีส้มจาง กึ่งกลางท้องสีขาว
นกตัวเมีย
หัว หลัง ไหล่ ตะโพก ปีก ขนคลุมบนโคนหาง และขนหางสีแดงอมน้ำตาล
แต่มีลายบั้งสีดำขวางตลอดลายบั้งบนหัวและขนคลุมปีกค่อนข้างแคบ
แต่ลายบั้งบนหลังและไหล่ค่อนข้างกวาง บนหางมีลายบั้งแคบสีดำราว 6 แถบ ใต้หางเป็นลายบั้งสีดำสลับสีเงิน คางและใต้คอสีขาว อก ท้อง
และขนคลุมใต้โคนหางสีขาวหรือขาวออกสีเนื้อ แต่มีลายบั้งแคบไม่เป็นระเบียบที่อกและสีข้าง
แหล่งอาศัย
ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าไผ่
บนที่ราบต่ำจนถึงป่าดิบเขาในระดับความสูง 1,100 เมตรและมักอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ
ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียวหรือเป็นคู่ แต่เกาะอยู่ห่าง ๆ กัน เกาะนิ่ง ๆ เงียบ ๆ เป็นเวลานานมากภายในดงไม้ พื้นล่างที่รกทึบและมืดครึ้มจนแลเห็นตัวได้ยาก เพื่อคอยมองดูแมลง (ตั๊กแตน จิ้งหรีด ตั๊กแตนกิ่งไม้ จักจั่น ด้วง และหนอน) ที่บินผ่านไปมาหรือเกาะอยู่ใต้ใบไม้ เมื่อเห็นแมลงจะบินออกไปโฉบคาบมาทันทีแล้วบินกลับมาเกาะที่กิ่งไม้เดิมที่เกาะก่อนขยับให้หัวของแมลงเข้าไปในลำคอก่อนแล้วจึงกลืนกินเข้าไปทั้งตัว บางครั้งบินลงมาคาบเหยื่อบนพื้นดินหรือขอนไม้ นาน ๆ สักครั้งจึงกินสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็ก ๆ นกกระเต็นชนิดนี้มีนิสัยแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ทั้งนกตัวผู้และนกตัวเมีย ขณะที่เกาะอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานานนั้น นกชอบยกขนที่หน้าผากและกระหม่อมให้ฟูขึ้นจนดูเหมือนขนหงอน แล้วปล่อยให้เอนราบลงสลับกันซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่เช่นนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น