ปลามังกร
อังกฤษ: arowana
ชื่อวิทยาศาสตร์: Scleropages formosus
เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาตะพัด (Osteoglossidae) ซึ่งถือได้ว่าเป็นปลาที่สืบเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ปลาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จัดว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตชนิดหนึ่ง นับว่าเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ เนื่องจากเป็นปลาที่สืบพันธุ์ยาก ประกอบกับแหล่งที่อยู่ถูกทำลายไป และได้รับความนิยมอย่างสูงของนักเลี้ยงปลาสวยงาม ในฐานะของปลาสวยงามราคาแพง และถือเป็นสัตว์ปลาคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
ลักษณะ
ลำตัวยาว
ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่สีเงินอมเขียวหรือฟ้าเรียงเป็นระเบียบอย่างสวยงาม
เกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโต ปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม
ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณครีบหาง สันท้องคม มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ปลาตะพัดขนาดโตเต็มที่ได้ยาวได้ราว 90 เซนติเมตร น้ำหนักหนักได้ถึง 7 กิโลกรัม
พฤติกรรมมักจะว่ายบริเวณริมผิวน้ำ อาหารของปลาตะพัด ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก
ตลอดจนแมลง สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก
ปลาโตเต็มวัยสามารถกระโดดงับอาหารได้สูงถึง 1 เมตร
ถิ่นที่อยู่
อาศัยอยู่ในแม่น้ำที่มีสภาพใสสะอาด มีนิสัยค่อนข้างดุ ก้าวร้าว ขี้ตกใจ มักอาศัยอยู่ลำพังตัวเดียวหรือเป็นคู่ ถ้าอยู่เป็นฝูง ก็จะอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ไม่เกิน 3–5 ตัว พบได้ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และปลาในแต่ละแหล่งน้ำจะมีสีสันแตกต่างหลากหลายกันออกไป เชื่อว่าเกิดเนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมที่อยู่ เช่น สีทอง สีแดง สีเงิน สีทองอ่อน สีเขียวอ่อน เป็นต้นMalayan
Bonytongue (ทองมาเลเซีย)
เรียกสั้น ๆ ว่า ทองมาเลย์ ปลามังกรสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเรานี่เอง แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นทองแต่จริง ๆ แล้ว Base สีมีหลายสีไม่ว่าจะเป็น สีทอง สีเขียว สีน้ำเงิน และ สีม่วง ซึ่งแต่ละสีความสวยงามและราคาก็แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น หากพื้นเกล็ดเป็นสีทองก็จะเป็นทองแวววาวเงางาม และสุกสว่าง อร่ามตา หากพื้นเกล็ดเป็นสีม่วงน้ำเงินดูแล้วจะเหมือนกับตัวปลาใส่เสื้อเกราะ มีมิติของสีมากขึ้นเพราะเนื้อในเกล็ดจะเป็นสีน้ำเงิน แต่มีการตัดขอบสีทองเป็นวงเกล็ดตลอดทั้งตัว ถามว่าแบบไหนสวยกว่ากัน ก็ตอบไม่ได้ เพราะของแบบนี้แล้วแต่คนชอบ แต่ไม่ว่าจะสีใดก็ตาม สำหรับสายพันธุ์ทองมาเลเซียแล้ว เมื่อปลาโตขนาดได้ที่โดยมีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร เกล็ดจะขึ้นมาถึงด้านหลัง (เกล็ดแถวที่ 6) หรือที่เรียกว่า Cross Back แต่ทว่าการข้ามหลัง ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามหลังหมดจดทุกตัว บางตัวก็แค่เกือบข้าม บางตัวก็ข้ามแต่ยังไม่หมดจด จะหาเนียนหมดจดทั้งหลังจริง ๆ มีไม่มากนัก
สำหรับเรื่อง Base สีของตัวปลา หากเป็นสีทองแบบ Full Gold ก็จะเป็นทองทั้งตัว ทั้งหัว แก้ม ครีบและหาง ซึ่งตลอดตัวจะเป็นโทนสีเดียวกัน (เหมือนทองคำแท่งว่ายน้ำได้)
หากเป็นสีทองแบบ Gold Base ก็จะเป็นสีทองเหมือนกันแต่จะไม่หมดจดทั้งตัว สีเกล็ดด้านในยังมีอมดำ ที่หัวก็เช่นกัน ส่วนใบหางแม้จะมีละอองทองขึ้นมาเต็มแผ่นแต่ก็ยังเห็นเป็นสีส้มเข้มหรือเลือดหมู หากเป็นสีน้ำเงินแบบ Blue Base สีเกล็ดจะเป็นสีม่วงและยิ่งเมื่อเวลาต้องแสงไฟก็จะยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจน เครื่องครีบของ Blue Base จะเป็นสีเลือดหมูเข้มจัด และสีของตาเป็นสีแดงSuper Red Arowana (มังกรแดง)
ปลามังกรแดงมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียครับโดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. Blood
Red (แดงเลือด)
สีสันของ Blood
Red เมื่อโตเต็มที่จะเข้มมาก วงเกล็ดหนา (เรียกว่า Thick
Frame) การเรียงตัวของสีอาจไม่เป็นระเบียบแต่ก็แดงเข้ม แก้มแดง
ปากแดง ครีบเครื่องทุกส่วนจะแดงเข้มดูน่าเกรงขาม
2. Chili
Red (แดงพริก)
สีสันของ Chili
Red จะแดงแบบแดงเลือดนกคือแดงสว่าง ต้องตา ดูสง่างาม
เมื่อโตเต็มที่วงเกล็ดโดยมากขอบเกล็ดจะบาง (Thin Frame) การตัดขอบก็จะเป็นระเบียบแดงเนียนไปทั้งตัว
ตั้งแต่หัวจรดปลายหาง
ความแตกต่าง
ลักษณะหัว คือ ส่วนใหญ่ของ Blood Red จะต่างกับ Chili Red ตรงที่ของ Blood จะเป็นทรง Sparta (หัวออกแหลมเป็นทรงสามเหลี่ยม) แต่ของ Chili จะเป็นทรง Spoon Head (หัวช้อน) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงชาวจีน เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นตัวตักตวง เงินทองให้กับเจ้าของผู้เลี้ยง ลักษณะหาง คือ Blood Red ส่วนใหญ่หางจะเป็นทรงพัดซึ่งมีลักษณะกลมและกว้าง แต่ Chili Red หางจะเป็นทรงเพชร (Diamond Shape) ซึ่งจะเรียวยาว ดูสง่างามกว่า
โดยปกติปลา Chili Red จะมีราคาสูงกว่า Blood Red ในปลาวัยเล็กเป็นการยากมากที่จะแยกว่าตัวไหนเป็น Blood และตัวไหนเป็น Chili แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการมานานก็ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ แม้แต่ในใบเซอร์รับรองสายพันธุ์จากฟาร์มก็ยังไม่กล้าระบุชี้ชัด ยิ่งปัจจุบันไม่มีปลาสายแท้ของทั้งสองนี้แล้ว แม้แต่ในประเทศแม่แบบอย่างอินโดนีเซียเองก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อปลาสายใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะฟาร์มมากกว่า สำหรับปลาแดงหากไม่ศึกษาให้ดีพอ มีกำลังทรัพย์แต่ไม่มีความรู้ก็อาจถูกหลอกเอาปลาแดงเกรดรองมาขายก็เป็นได้ หรือแม้แต่ได้ปลาดีมาแต่เลี้ยงไม่เป็นทำให้ปลาสีซีดไม่สวยก็เสียปลาเปล่าได้เช่นกัน
Red Tail Golden Arowana (ทองอินโด)
ทองอินโดหรือ RTG เป็นปลาระดับกลางซึ่งถ้าพูดถึงความสวยงามแล้วล่ะก็ สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ปลาที่โตแล้วเกล็ดจะเป็นสีทองเข้มแต่จะไม่แวววาว เงางาม สุกใสเหมือนทองมาเลย์ และจะขึ้นถึงเพียงเกล็ดแถวที่ 4 เท่านั้น แต่ก็อาจมีเปิดมาถึงแถวที่ 5 ไม่ว่าจะประปรายหรือเต็มแถว ดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างปลาทองอินโดกับทองมาเลย์จึงอยู่ตรงที่ สีเกล็ด Base สี ความมันเงาแวววาว ข้ามหลังหรือไม่ข้ามหลัง ในปลาเล็กทั้ง 2 สายพันธุ์นี้สำหรับมือใหม่อาจจะค่อนข้างดูออกยากและมีความเป็นไปได้สำหรับการสลับหลอกขายกัน ครีบก้น ครีบอก และชายน้ำของทองอินโดจะเป็นสีส้มอมแดง หาง จะแดงแค่ค่อนใบ ปลายหางด้านบนและครีบหลังจะออกน้ำตาลไหม้ เกล็ดแถวที่ 5 จนถึงหลังจะมีน้ำตาลดำ เกล็ดละเอียดมีขนาดเล็ก ใต้ครีบหลังจะไม่มีการเปิดสีของเกล็ด ทองอินโดเป็นมังกรสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดในสายเอเซี่ยน โดยโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 30 นิ้ว แต่โดยเฉลี่ยแล้วหากเลี้ยงในตู้ปลาจะโตได้ราวประมาณ 24 นิ้ว
Green
Arowana (แอโรวานาเขียว)
แอโรวาน่าเขียว หรือ ปลาตะพัด ของไทยเรานี่เอง ปลาแอโรวาน่าเขียวมีอยู่หลายที่ทั้งในประเทศไทย มาเลย์เซีย พม่า เวียดนาม ลาวและกัมพูชา (ประเทศเพื่อนบ้านทั้งนั้นเลยนะครับ) ปลาสายพันธุ์นี้โตขึ้นจะเป็นสีเขียวนวลและมีประกายทองทั้งตัว ใบหางจะเป็นสีเขียวเข้มแต่ไม่เต็มใบ เพราะที่บริเวณปลายหางเป็นรอย ขลิบขาวซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ราคาในท้องตลาดสำหรับปลาเล็กก็ไม่แพง เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทดลองเลี้ยง ปลามังกรเขียวมี 2 แบบคือ
1. เขียวมีเซอร์ คือ ใบเซอร์ก็มาจากประเทศที่มีการเพาะพันธุ์ได้จริง
อย่างเช่นประเทศมาเลเซีย หรืออาจจะมาเป็นตัวแทนบริษัทเทรดดิ้งต่าง ๆ
ที่ทำขึ้นมาเพื่อแสดงเครื่องหมายการค้าของตัวเอง
2. เขียวไม่มีเซอร์ คือ คนขายมักจะพูดว่าเป็นปลาป่าหรือปลาจับนั่นเอง
จริงแล้วถ้าดูปลาเป็นหรือพอมีประสบการณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงใบเซอร์ก็ได้ เพราะคุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย แต่ราคาที่สนนกันตอนต้น เขียวมีเซอร์มีราคาสูงกว่าตัวที่ไม่มีเซอร์เกือบเท่าตัวเลย บางคนอาจมีการสับสันระหว่าง มังกรเขียว กับ ทองอ่อน ว่าเหมือนกันหรือไม่ ในปลาวัยเล็กทั้ง 2 นี้ดูออกค่อนข้างยากเช่นกัน
มังกรเขียว ในวัยเล็กจะมีความเงางาม ขาวและแสงสว่าง
ทองอ่อน ในวัยเด็กจะไม่เงาแต่จะขาวหรือไม่ก็เป็นสีเหลืองอ่อนทั้งตัว
แต่จริงแล้วเคยมีผู้รู้บอกว่าทั้ง 2 อย่างนี่แท้จริงแล้วมันก็พันธุ์เดียวกันเพียงแต่เขียวมากหรือเขียวน้อย ถ้าออกเข้มหน่อยก็มังกรเขียว ถ้าออกทองเงาหน่อยก็ทองอ่อน แต่ราคาต่างกันประมาณ 1 เท่าตัวเลย อย่างที่บอกไปมังกรเขียวสวย ๆ หรือ เขียวแท้ที่เพาะกันในฟาร์มโดยปกติจะมีใบเซอร์รับรองสายพันธุ์ให้กับผู้ซื้อและจะขายขึ้นตู้ ส่วนถ้าเป็นทองอ่อนหรือเขียวไม่มีเซอร์ก็จะเป็นปลาถุงขายธรรมดาทั่วไป
Australian Pearl Arowana
(ออสเตรเลียเพิร์ล
แอโรวานา)
ปลาตัวนี้เป็นปลาที่ค่อนข้างหายาก และมีราคาสูงกว่าออสเตรเลียจุด
ค่อนข้างมาก
Australian Spot Arowana
(ออสเตรเลียจุด แอโรวานา)
ปลามังกรออสเตรเลียจุด เรียกว่า ออสเตรเลีย
ลักษณะโดยทั่วไปของสายพันธุ์นี้ก็คือ
หัวจะเป็นทรงปลาทูทู่สั้น ตัวจะออกยาวไม่หนา หนวดสั้นมากและงองุ้ม หาง ครีบและเกล็ดจะเล็กกว่าของสาย Asian แถวเกล็ดออสเตรเลียจะมี 8 แถว (ปลา Asian Arowana แถวเกล็ดจะมี 6 แถว) มีจุดสีส้มขึ้นตามลำตัว หางและครีบ เรียกว่า Orange Spot (จะเด่นชัดมากเมื่อปลาโตขึ้น)
จุดด้อยของปลาสายพันธุ์นี้คือ เกล็ดจะเล็กและหนวดก็ยังงุ้มเข้าหาปากไม่ยื่นออกเรียวยาวเหมือนกับสายพันธุ์อื่นจึงดูไม่สง่างาม ปลาออสเตรเลียในขนาด 6 นิ้ว-12 นิ้ว สีตัวจะเป็นสีทองอร่ามสวยมาก แต่หลังจากนั้นจะเริ่มจางลงและเมื่อปลาใหญ่เต็มที่แล้วความเงางามจะหายไป มังกรออสเตรเลียก็เป็นอีกสายพันธุ์นะครับที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลามังกร
African
Arowana (แอฟริกา แอโรวานา)
ในประเทศไทยมีขายปลามังกรสายพันธุ์นี้น้อยมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นที่นิยมเลี้ยง เหตุผลนั่นไม่ได้เพราะหายากนะครับแต่เพราะปลาพันธุ์นี้มีความสวยงามที่ไม่ค่อยโดดเด่นนัก สีสันไม่เด่นชัด พื้นเกล็ดเป็นสีเทา หัวทู่ ไม่มีหนวด เกล็ดเล็ก ครีบทุกครีบสั้นหมดดูไม่สง่างาม ปัจจุบันหาซื้อได้ที่ร้านขายปลาแปลกทั่วไป เสนอราคาไม่แพงนัก สามารถซื้อหามาเลี้ยงได้โดยไม่ลำบากมาก
Silver
Arowana (อโรวาน่าเงิน)
ปลามังกรเงินมีถิ่นกำเนิดบริเวณเขต ลุ่มน้ำอเมซอนในอเมริกาใต้ ปลาในวัยเล็กจะเป็นสีเงินอมชมพู ครีบหาง ครีบก้นปลายขอบมีสีชมพู หนวดยาวสวยเด่น ชายน้ำหรือที่เรียกกันว่า ครีบก้น ยาวมาก สีเกล็ดจะเป็นสีเงินเงางามแต่ขอบครีบที่เป็นสีชมพูจะจางหายไป (เมื่อปลาโตขึ้นจนได้ขนาด)
ปลามังกรเงินมีความยาวสูงสุดในหมู่ปลามังกรสวยงามที่นิยมเลี้ยงทั่วไป (ไม่รวมอะราไพม่า) เพราะเมื่อโตเต็มที่จะยาวได้ถึง 1 เมตร 20 เซนติเมตรเลยทีเดียว แม้ตัวจะใหญ่ได้ถึงขนาดนี้แต่เจ้านี่ก็อ่อนแอมากเลี้ยงกับใครก็มักจะเป็นผู้ถูกทำร้ายไปซะหมด ในปลามังกรเงินขนาดใหญ่ผู้เลี้ยงมักจะเจอปัญหาเรื่อง ตาตก รุนแรงและปากงุ้มน่าเกลียด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงเพราะลีลาในการกินอันรุนแรงตามนิสัยของมัน แต่ด้วยส่วนกรามที่บอบบางไม่ค่อยแข็งแรงนักแล้ว เมื่อกลับไปกินอาหารอย่างดุเดือดจึงมีโอกาสให้กรามหักและปากงุ้มเสียเอกลักษณ์ได้
ปลามังกรเงินหรือ แอโรวาน่าเงินยังคงครองความเป็นหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ครับด้วยราคาที่ถูกมาก
(ถูกที่สุดในตระกูลปลามังกรทั้งหมด) เลี้ยงง่าย โตเร็ว และเชื่องน่ารัก
Black Arowana (แอโรวาน่าดำ)
ในวัยเล็กมีลักษณะคล้ายมังกรเงินแต่ว่าเป็นสีดำ
ปลามังกรดำเลี้ยงยากกว่ามังกรเงินมาก ตายง่าย กินยาก อ่อนแอไม่ค่อยแข็งแรง
แม้ปลาวัยเล็กตัวจะเป็นสีดำแต่พอโตขึ้นสีจะค่อย ๆ
ถอดออกเป็นคล้ำดูคล้ายกับมังกรเงิน ปลามังกรดำโตเต็มที่ความยาวประมาณ 20 นิ้ว
และกว้างไม่เกิน 5 นิ้ว
ซึ่งถือว่าเล็กมากหากเทียบกับพันธุ์อื่น
มังกรดำเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มเลี้ยง
เพราะราคาไม่แพงมาก แต่ว่าอาจจะหาซื้อยากหน่อยเพราะมีขายกันตามฤดูกาลเท่านั้น











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น