บ่าง
บ่าง
ทางภาคเหนือและอีสานจะเรียกบ่างว่าเป็นกระรอกบิน
แต่บ่างต่างจากกระรอกบินตรงที่บ่างเป็นสัตว์กลุ่มกินแมลง
มิใช่สัตว์ในอันดับสัตว์ฟันแทะอย่างกระรอก
กายวิภาคของบ่างก็ต่างจากกระรอกบินอย่างเห็นได้ชัด ตรงที่บ่างมีพังผืดเป็นผิวหนังบาง
ๆ ต่อเชื่อมบริเวณข้างคอมาแขน และบริเวณหางมาขาหลังด้วย
ซึ่งกระรอกบินไม่มีพังผืดนี้
ทำให้เวลาบ่างร่อนอยู่เหนือหัวจึงเห็นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม
มิใช่สี่เหลี่ยมเช่นกระรอกบิน

เสียงของบ่าง
บ่างมีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่ง
คือ มีเสียงร้องคล้ายเสียงคนร้องไห้ ซึ่งคนที่อาศัยตามชายป่า
หรือผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยจะทราบว่า เสียงร้องของมันน่ากลัวเหมือนผี
บ่างมีประโยชน์กับป่ามาก ช่วยแพร่พันธุ์ไม้ให้กระจายทั่วผืนป่า
และคอยกำจัดแมลงศัตรูพืชให้ป่าด้วย เหมือนหมอรักษาต้นไม้เลย บางคนก็จับบ่างมากิน
โดยยิงแม่เป็นอาหาร เอาลูกมาเลี้ยง แต่ไม่สามารถเลี้ยงได้ บ่างตายง่ายมาก
ถ้ามันได้รับอาหาร ชนิดที่ไม่ตรงกับช่วงอายุมันจะท้องอืดตายอย่างทรมาน

ลักษณะ
บ่างเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างประหลาด
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ร่อนได้ คล้ายกระรอกบิน หน้าตาคล้ายกระแต
คนตะวันตกมองว่าหน้าตาเหมือนตัวลีเมอร์ในมาดาร์กัสกา จึงเรียกว่า flying lemur มีความยาวหัว-ลำตัว 34-42 เซนติเมตร หาง 22-27 เซนติเมตร หนัก 1-1.8 กิโลกรัม ตามลำตัวมีสีน้ำตาลเป็นหลัก มีแต้มสีขาวและลายเส้นเหมือนตาข่ายแผ่ทั่วลำตัวขาหน้าและขาหลัง
สีสันกลมกลืนกับเปลือกไม้ และที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือ
มีหนังบางเชื่อมระหว่างขาหน้าและขาหลัง ขาหลังกับหาง ระหว่างขาหน้ากับคอ
และระหว่างนิ้วทุกนิ้วอีกด้วย

แม้บ่างจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ชนิดอื่นหลายชนิด
แต่บ่างไม่ใช่กระรอก ไม่ใช่ค้างคาว ไม่ใช่ลีเมอร์ และไม่ใช่กระแต บ่างคือบ่าง
มีวิวัฒนาการต่างจากสัตว์ชนิดอื่นมาก อยู่ในอันดับ Dermoptera
แปลว่า ปีกหนัง สัตว์ในอันดับนี้บ่างมีเพียงสองชนิดเท่านั้น
อีกชนิดหนึ่งคือบ่างฟิลิปินส์ อยู่ในประเทศฟิลิปินส์
ตัวเล็กกว่าและเบากว่าเล็กน้อย

ที่อยู่อาศัย
บ่างอาศัยอยู่ในป่าเขตร้อนชื้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รวมถึงเกาะชวาและบอร์เนียว บางพื้นที่พบว่าอาศัยในสวนยางพาราหรือสวนมะพร้าวได้ด้วย
บ่างอาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นหลัก
ตอนกลางวันมักหลับพักผ่อนอยู่ในโพรงไม้หรือในช่อปาล์ม เมื่อพลบค่ำก็จะออกมาหากิน อาหารได้แก่ยอดอ่อนต้นไม้
ใบไม้ ดอกไม้ และผลไม้เนื้ออ่อน
เมื่อต้องการย้ายจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง
บ่างจะปีนขึ้นไปตามต้นไม้โดยใช้ขาหน้าและเล็บที่แหลมคมเกาะไว้แล้วยกขาหลังตามไปทั้งสองข้างพร้อมกัน
เมื่อถึงจุดร่อนที่เหมาะสม จึงกระโจนออกไปพร้อมกางขาออก ผังผืดที่เชื่อมขาและหางจะขึงตึงจนตัวบ่างดูเหมือนว่าว
บ่างอาจปรับบิดตัวเล็กน้อยเพื่อปรับทิศทางการร่อนได้
บ่างมักมีต้นไม้ประจำที่ใช้ในการร่อน
ในบ่างพื้นที่อาจมีบ่างหลายตัวใช้ต้นไม้บางต้นเป็นท่าปล่อยตัวร่วมกัน

การผสมพันธุ์และการตั้งครรภ์
บ่างตั้งท้องนานราว
60 วัน ออกลูกคราวละตัว บางครั้งอาจมีสองตัว
ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ แม่บ่างอาจออกลูกมากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี
ลูกบ่างแรกเกิดมักมีการพัฒนาไม่มากนักคล้ายสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง
แม่บ่างจะเลี้ยงลูกไว้โดยให้เกาะที่ท้อง เวลาเกาะอยู่กับต้นไม้ พังผืดระหว่างขาจึงทำหน้าที่เหมือนเปลเลี้ยงลูกเป็นอย่างดี
แม้ยามมีลูกอ่อน แม่บ่างก็ร่อนหาอาหารได้เหมือนกัน
ลูกบ่างจะยึดเกาะขนที่หน้าท้องแม่ไว้แน่นจึงไม่ตกลงมา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น