เสือดาวหิมะ
เสือดาวหิมะ
ลักษณะทั่วไป
เสือดาวหิมะมีขนยาวหนาแน่น
สีพื้นเทาอมเหลือง บริเวณสีข้างจะอมเหลืองจาง ๆ มีลายดอกเข้มทั่วตัวคล้ายเสือดาว
ช่วยให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยซึ่งเป็นภูเขาหินและหิมะปกคลุม
ลายดอกบริเวณหลังและสีข้างมีขนาดใหญ่ ส่วนบริเวณหัวและขาเป็นลายจุดขนาดเล็ก
บริเวณคาง อก และท้องเป็นสีขาวปลอดไม่มีลาย
ลายบริเวณหลังและสีข้างจะจางกว่าบริเวณอื่นซึ่งต่างจากเสือลายจุดชนิดอื่นที่มักมีลายที่หลังเข้มกว่า
หางด้านบนจะเป็นวงสีดำ ด้านล่างของหางเป็นจุดจาง ๆ
เปรียบเทียบลายดอกของเสือดาวหิมะกับของเสือดาวแล้ว ดอกของเสือดาวหิมจะห่างกันมากกว่า
และไม่คมชัดเท่า
ขนเสือดาวหิมะยาวและฟูมากเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น
ขนบริเวณหลังยาวประมาณ 1 นิ้ว
ส่วนบริเวณท้องยาวถึง 12 เซนติเมตร ขนบริเวณหางยาวได้ถึง 2
นิ้ว หางจึงฟูมาก
บางครั้งเอามาพาดตัวช่วยให้ความอบอุ่นตอนหลับได้ด้วย ส่วนขนชั้นในก็หนาแน่น ผลัดขนปีละสองครั้ง
ขนในฤดูร้อนต่างจากขนในฤดูหนาว

ลำตัวเสือดาวหิมะยาว
90-135 เซนติเมตร หางยาวถึง 90 เซนติเมตรและมีขนฟู
ช่วยสร้างความสมดุลเวลากระโจนไปตามโขดหิน ขาค่อนข้างสั้นแต่แข็งแรง
ความสูงที่หัวไหล่เพียง 60 เซนติเมตร
กล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรงเพื่อใช้ในการปีน มีกะโหลกใหญ่ หน้าสั้น กว้าง ปากสั้น
หน้าผากสูง ม่านตาสีเหลืองซีดจนถึงสีเทาอมเขียว รูม่านตากลม หูเล็ก สั้นกลม
มีขนอัดแน่น โคนและปลายหูด้านหลังสีดำ กลางหลังหูสีเทา
หูที่สั้นกลมนี้ช่วยอำพรางตัวเสือในการล่าในที่ ๆ มีที่กำบังน้อย
ซึ่งเป็นการปรับตัวที่พบได้ในสัตว์ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงหลายชนิด
อุ้งตีนกว้างแข็งแรงและปกคลุมด้วยขน
ช่วยให้เพิ่มพื้นที่ผิวและกระจายน้ำหนักตัวลงบนหิมะได้อย่างสม่ำเสมอ
และช่วยปกป้องอุ้งตีนจากความเย็นของหิมะได้ด้วย มีโพรงจมูกใหญ่เป็นพิเศษ
แม้จะมีชื่อและลายคล้ายเสือดาว
แต่เสือดาวหิมะก็มิได้มีสายเลือดใกล้ชิดกับเสือดาวแต่อย่างใด และไม่ได้อยู่ในสกุล Panterine เช่นเสือดาว เสือโคร่ง และสิงโต
แต่เสือดาวหิมะอยู่ในสกุล Uncia ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว
เสือดาวหิมะมีเยื่อ fibro-elastic ซึ่งใช้ในการเปล่งเสียงที่พัฒนาไม่เต็มที่
จึงทำเสียงคำรามไม่ได้ และโครงสร้างกะโหลกของเสือดาวหิมะก็ต่างจากเสือชนิดอื่น
จะว่าไปแล้วเสือดาวหิมะมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเสือและแมวเช่นเดียวกับเสือลายเมฆ
เสือดาวหิมะทำเสียงสั่นครือในลำคอแบบแมวได้ แต่คำรามไม่ได้ กินอาหารในท่ายืนยอง ๆ
แบบแมว

อุปนิสัย
เสือดาวหิมะมีนิสัยสันโดษและขี้อาย
กระโดดเก่งมาก กระโดดได้ไกลถึง 15 เมตร เวลาตอนกลางวันชอบพักผ่อนอยู่บนรังของแร้งดำ
เวลาขึ้นไปพักบนรังแร้งจะไม่ได้ปีนขึ้นไป แต่กระโดดขึ้นไป
เสือดาวหิมะชอบออกหากินเวลาเย็นหรือเช้าตรู่
อาหารหลักได้แก่ แกะป่า เช่น บลูชีป ไอเบ็กซ์เอเชีย มาร์คอร์ และอาร์กาลี
นอกจากนี้ก็ยังมี ไอเบกซ์ กวางชะมด หมูป่า มาร์มอต กระต่ายป่าและนกอีกหลายชนิด
คาดว่าในปีหนึ่ง เสือดาวหิมะล่าบลูชีปประมาณ 20-30 ตัว เสือดาวหิมะล่าได้แม้แต่สัตว์ที่หนักตัวตัวเองถึงสามเท่า
มีเพียงแย็กที่โตเต็มวัยหรือลาป่าเท่านั้นที่ล่าไม่ได้
จากการศึกษาเสือดาวหิมะที่ติดปลอกคอ พบว่าเสือดาวหิมะล่าสัตว์ใหญ่ทุก 10-15
วัน แต่ในมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน พบว่าราว 45 เปอร์เซ็นต์ของอาหารในฤดูร้อนคือมาร์มอต
เวลาล่าเหยื่อ
เสือดาวหิมะจะคืบคลานเข้าหาไปในจุดที่สูงกว่าเหยื่อโดยอาศัยก้อนหินช่วยในการอำพราง
เมื่อได้โอกาสจึงกระโจนลงมาจับ
ซึ่งเป็นเทคนิคแบบเดียวกับที่คูการ์ในอเมริกาเหนือใช้

ปกติเสือดาวหิมะล่าเหยื่อโดยลำพัง
แต่ในฤดูผสมพันธุ์เสือหนุ่มสาวก็อาจช่วยกันล่าก็ได้
เคยมีผู้พบว่าเสือดาวหิมะสองตัวแบ่งหน้าที่กันล่าโดยตัวหนึ่งเข้าหาเหยื่อแล้วให้อีกตัวหนึ่งที่ดักฆ่าอยู่ข้างหน้า
เมื่อล่าเหยื่อได้แล้วหากกินไม่หมดก็จะป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกลจากเหยื่อนัก
และจะกลับมากินทุกวันเป็นเวลาสามสี่วันหรือจนกว่าเหยื่อจะหมด
บางครั้งอาจอยู่นานถึง 1 สัปดาห์
เสือดาวหิมะไม่ค่อยคุกคามมนุษย์เท่าใดนัก
และยังไม่เคยมีรายงานว่าเสือดาวหิมะทำร้ายคน
ในพื้นที่ที่ชุมชนมนุษย์รุกล้ำเข้าไปในเขตของเสือดาวหิมะ ก็ยังคงพบเสือได้อยู่บ่อย
ๆ เพราะเสืออาจจับปศุสัตว์ของชาวบ้านกินได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่แร้นแค้น
อาหารในธรรมชาติหายาก
หมู่บ้านในที่ราบสูงทิเบตมักเสียสัตว์เลี้ยงให้เสือดาวหิมะราว 2 เปอร์เซ็นต์ บางพื้นที่อาจมากถึง 9.5 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาขี้เสือดาวหิมะ 213 ก้อนที่อยู่รอบหมู่บ้านในพื้นที่อนุรักษ์แอนนาเพอร์นาของเนปาลในปี
2537 พบเศษของปศุสัตว์ราว 17.8 เปอร์เซ็นต์
และสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ในฤดูหนาว
ซึ่งอาจเป็นผลจากความแร้นแค้นในช่วงนั้น เพาะมาร์มอตจำศีล หิมะตกหนา
และฝูงแย็กก็ไม่ค่อยออกไปไหนไกล
เสือดาวหิมะในพื้นที่นี้ล่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านทั้งที่ยังมีบลูชีปอยู่เป็นจำนวนมาก

เสือดาวหิมะมักอยู่ในพื้นที่เล็ก
ๆ ในระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน
ก่อนที่จะเดินทางไกลไปอีกที่หนึ่ง ระยะทางที่เดินทางวันหนึ่งเฉลี่ยราว 1 กิโลเมตรสำหรับตัวผู้และ 1.3 กิโลเมตรสำหรับตัวเมีย
บางครั้งอาจเดินทางได้ไกลถึงวันละ 7 กิโลเมตร
มีการศึกษาโดยอาศัยวิทยุปลอกคอเพียงเล็กน้อย
การศึกษาเสือดาวหิมะ 5 ตัวในโตรกลางกูในเนปาลพบว่ามีพื้นที่อาศัยอยู่ในช่วง
12-39 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งแต่ละตัวมีพื้นที่ซ้อนเลื่อมกันระหว่างเพศ และในอาณาเขตของแต่ละตัวนี้มีเพียง 14-23
เปอร์เซ็นต์ที่ใช้อาศัยประจำและมีการทำเครื่องหมายบ่อยครั้ง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น