นกกระทา
นกกระทา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coturnix coturnix
นกกระทา (Quail) มีเลี้ยงอยู่ทั่วไปในทวีปเอเชีย อเมริกา
และยุโรป แต่ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่า ประเทศใดเริ่มเลี้ยงนกกระทาเป็นแห่งแรก
แต่สำหรับในแถบเอเชียแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่นำนกกระทามาเลี้ยง
ซึ่งในระยะแรกของการเลี้ยงก็เพื่อไว้ฟังเสียงร้องเหมือนการเลี้ยงนกเขาในบ้านเรา
ต่อมาได้ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์จนได้นกกระทาที่ให้ไข่ดก
สำหรับประเทศไทยเรามีนกกระทาพันธุ์พื้นเมืองอยุ่ไม่น้อยกว่า 12 ชนิด แต่ให้ไข่และเนื้อน้อยกว่านกกระทาญี่ปุ่น
จึงได้มีการนำนกกระทาจากญี่ปุ่นมาเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
ถึงแม้จะไม่กว้างขวางมากมาายเท่ากับการเลี้ยงไก่ หรือเป็ดก็ตาม
แต่การเลี้ยงนกกระทาก็มีแนวโน้มที่จะเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรได้ดี
เพราะระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น ในผลตอบแทนได้เร็วกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ
และใช้เงินลงทุนน้อย
สิ่งที่น่าสนใจ
ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน
เป็นนกกระทาที่มีแข้งและนิ้วเท้าสีเขียวคล้ำเห็นเด่นชัด ซึ่งผิดกับนกกระทาชนิดอื่น
หน้าขาวมีจุดดำเล็ก ๆ
ด้านบนของตัวและอกตอนบนเป็นสีน้ำตาลแก่ปนสีไพล มีลายขวางสีดำบาง ๆ ที่อก
ที่ท้องสีน้ำตาลแดงคล้ายสีสนิม
ถิ่นอาศัย
นกกระทามีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของจีน
พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก
อาหาร
อาหารได้แก่ กินเมล็ดพืช
และแมลงทุกชนิด
พฤติกรรม
ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบเชิงเขา
บางครั้งอาจอยู่ตามป่าโปร่ง ป่าไผ่ ชอบหากินอยู่ตัวเดียว
ฤดูผสมพันธุ์จึงจะอยู่เป็นคู่ ปกติจะได้ยินเสียงร้องมากกว่าได้เห็นตัว
เป็นนกที่ขันเพราะมาก
การเลี้ยงแบบขยายพันธุ์
มี 4 ขั้นตอน โดยจะเลี้ยงรวมไว้ในโรงเรือนเดียวกัน
ขั้นตอนแรก
เริ่มจาก การคัดเลือกพ่อ - แม่พันธุ์ สำหรับแม่พันธุ์ ควรเลือกที่ให้ไข่ดก โดยดูได้จากการนำพ่อ-แม่พันธุ์ มาเลี้ยงรวมในกรงเดียวกัน ขนาด 40*40 เซนติเมตร สัดส่วนแม่พันธุ์ 5 ตัว พ่อพันธุ์ 2 ตัว ซึ่งแม่พันธุ์ที่ดีจะต้องให้ไข่ทุกวัน
ขั้นตอนที่สอง
การฟักไข่ นำไข่ที่ได้ไปฟักในตู้ฟักไข่ไฟฟ้า อุณหภูมิ 36 - 37 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 14 - 17 วัน จะได้เป็นตัวเล็ก ๆ ซึ่งต้องนำไปเลี้ยงในกรงอนุบาล
ขั้นตอนที่สาม
การเลี้ยงในกรงอนุบาล หลังจากฟักเป็นตัวต้องนำไปเลี้ยงในกรงอนุบาลที่ใช้ตาข่ายทำ มีขนาด 2 * 2 เมตร ต่อการเลี้ยง 300 - 400 ตัว ใช้ไฟขนาด 100 W (วัตต์) กกให้ความร้อนอีกประมาณ 15 -20 วัน ให้อาหารนกและน้ำเล็กน้อย
ขั้นตอนสุดท้าย
นำไปเลี้ยงในกรงนกรุ่นอีก 20
วัน โดยเลี้ยงให้อาหารไก่ที่นำมาบดละเอียด
เพื่อให้แข็งแรงแล้วจึงคัดแยกเพศ หากเป็นเพศเมียก็จะนำไปเลี้ยงเป็นนกไข่ ถ้าเป็นเพศผู้จะขายเลี้ยงเป็นนกเนื้อ
การเลี้ยงนกไข่ การเลือกดูเพศตัวเมียให้ไข่สามารถดูได้เมื่อนกอายุ
15 วัน คือในช่วงอยู่ในกรงนกรุ่น
ตัวเมียจะเห็นขนใต้คางเป็นสีขาว ตัวผู้ขนใต้คางจะเป็นสีแดง
การเลี้ยงนกไข่นั้นจะเลี้ยงในกรงขนาด 40 * 40 เซนติเมตร
ต่อนก 7 ตัว หรือถ้าอากาศร้อนก็ควรลดเหลือ 6 ตัว เลี้ยงไปอีกประมาณ 10 วัน นกจึงเริ่มให้ไข่
วิธีการเลี้ยงนกไข่มีขั้นตอนต้องดูแล 3 ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนแรก
การให้อาหารและน้ำ โดยน้ำจะให้ไว้ในรางตลอด ส่วนอาหารจะให้วันละ 2 ครั้งคือ ตอนสาย ๆ และบ่าย ๆ อาหารที่ให้จะเป็นอาหารที่ใช้เลี้ยงนกกระทาโดยเฉพาะก็ได้หรืออาจจะเป็นสูตรอาหารที่คิดขึ้นเองโดยเน้นโปรตีนเป็นหลัก
ขั้นตอนที่สอง
การทำความสะอาดรางน้ำและกรงนก ถ้าหากกรงนกไม่เปื้อนอาหารนั้นก็จะไม่สกปรกมากจึงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดประจำ แต่รางน้ำจำเป็นต้องทำความสะอาดทุกวัน เพราะถ้าสกปรกอาจทำให้นกเป็นโรคและติดเชื้อได้ง่าย การทำความสะอาดอาจติดตั้งเป็นระบบปั๊มน้ำไว้ แล้วเปิดน้ำไปตามรางใช้แปรงถูรางน้ำ ปล่อยน้ำล้างให้สะอาด วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาถอดรางน้ำออกมาล้าง ส่วนตาข่ายที่ใช้ทำกรงต้องถอดออกไปทำความสะอาดนำไปขัดล้างแค่เพียง 2 ปีต่อครั้ง
ขั้นตอนสุดท้าย
การเก็บไข่เวลาที่ใช้เก็บไข่ควรเก็บช่วงเย็นประมาณ
18.30 - 19.00 น. แล้วเตรียมใส่ถุงส่งให้ลูกค้าในวันรุ่งขึ้น
หากมีไข่หลังจากเก็บไปแล้วก็จะนำไปรวมกันวันต่อไป
ควรออกแบบกรงให้สะดวกต่อการเก็บไข่โดยให้ไข่ไหลเทออกมาที่รางด้านนอกกรง
ถ้าหากมีไข่ติดอยู่ใต้กรงให้ใช้ไม้เขี่ยออกมาเบา ๆ
ไข่ที่เก็บได้แล้วต้องรีบนำไปขาย เพราะอายุของไข่นกสด ๆ อยู่ได้ประมาณ 10 วันเท่านั้น นก 7 ตัว ควรจะให้ไข่ 4 - 5 ฟอง หากให้ต่ำกว่านี้ ต้องพยายามตรวจสอบว่านกตัวไหนไม่ให้ไข่
จะจับแยกออกมาเลี้ยงเป็นนกเนื้อแทน ปกตินกจะให้ไข่ประมาณ 8 - 9 เดือน และจะให้ไข่น้อยลงจนไม่ให้ไข่เลยเมื่ออายุ 10 - 12 เดือน จึงต้องปลดขายเป็นนกเนื้อ และทยอยเลี้ยงรุ่นใหม่หมุนเวียนกันไปตลอด

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเว็บ Fast98 เป็น เว็บตรงสล็อต ไม่ผ่านเอเย่นต์ ฝาก-ถอนระบบออโต้ มีแอดมินบริการตลอด 24 ชั่วโมง






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น