ชูการ์ไกลเดอร์

ชูการ์ไกลเดอร์ sugar glider

            ชูการ์ไกลเดอร์ (sugar glider) หรือ ที่หลายคนเรียกกันว่า จิงโจ้บิน ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Petaurus breviceps เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้องและมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปออสเตรเลียเหมือนกัน แต่มีขนาดเล็กกว่า รวมทั้งมีหนังเป็นพังผืดเชื่อมระหว่างขาหน้ากับขาหลัง จึงร่อนตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นใน ระยะสั้นๆ ได้คล้ายกับตัวบ่างของไทย แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะเพิ่งรู้จักชูการ์ไกลเดอร์ได้ราวสิบกว่าปีมานี้ แต่อันที่จริงมีการเพาะพันธุ์เป็น สัตว์เลี้ยงออกขายไปทั่วโลกมานานแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เพราะความน่ารัก เลี้ยงง่าย และมีขนาดเล็กเหมาะกับคนเมืองเป็นอย่างดี ชูการ์ไกลเดอร์ตัวปกตินั้นมีสีเทาคาดด้วยแถบสีดำ บริเวณส่วนหลังเป็นทางยาวตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงปลายหาง ท้องมีสีขาว ในเมืองไทยเรียกชูการ์ไกลเดอร์ สีธรรมดาพวกนี้ว่า “นอร์มัล” (Normal) ส่วนต่างประเทศนิยมเรียกกันว่า “สแตนดาร์ด” (Standard) หรือ“คลาสสิก” (Classic) แต่เมื่อมีการเลี้ยงไปนานเข้า ก็เริ่มมีผู้สังเกตว่าลูกชูการ์ไกลเดอร์บางตัวนั้นมีลาย ผิดแผกไปจากเพื่อนพ้อง จึงคัดแยกออกมาผสมกันไปมาจนได้ตัวที่มีลักษณะแปลกตาออกไปมากมาย อย่าง “แบล็กบิวตี้” (Black Beauty) มีแต้มสีดำเข้มรอบดวงตาหนาและเข้มกว่าตัวปกติ หรือ “ไวท์ทิป” (White Tip) มีปลายหางเป็นสีขาว และ “ริงเทล” (Ring Tail) มีลายเป็นปล้องตรงส่วนหาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพวกที่ขนกลายเป็นสีประหลาด เช่น สายพันธุ์ที่เรียกกันว่า “ไวท์เฟซ” (White Face) ซึ่งมีหน้าสีขาวตามชื่อ หรือ“โมซาอิก” (Mosaic) ที่โดยทั่วไปมีลำตัวสีอ่อนกว่าปกติ เท้าและหางสีขาว แต่ ใบหูยังเป็นสีดำ หรือ “พายบอลด์” (Piebald) ที่มีแต้มสีดำเป็นปื้นหรือหย่อมเล็ก ๆ บนพื้นลำตัวสีขาวครีม รวมทั้ง “อัลบิโน” (Albino) ซึ่งเป็นชูการ์ไกลเดอร์เผือก ขนสีขาวปลอด ดวงตาเป็นสีแดงหรือชมพู ซึ่งเป็น ลักษณะที่จัดกันว่าเป็น “เผือกแท้” เมื่อเลี้ยงไปแล้วจะไม่เปลี่ยนกลับไปเป็นสีอื่นอีกเลย และ “ครีมมีโน” (Cremeno) ที่ดูคล้ายกัน แต่ยังมีสีเทาจางๆ เป็นลายอยู่บนหลัง ชูการ์ไกลเดอร์แปลก ๆ พวกนี้จึงมีให้เห็นกัน แต่ที่เพาะเลี้ยงและจำหน่ายกันนั้นจะมีราคาสูงกว่าตัวปกติมาก แบบที่หายากหน่อยอาจซื้อขายกันด้วยเลข หกหลักเลยทีเดียว

อาหารและการเลี้ยงดู
          ชูการ์ไกลเดอร์ มีอายุขัยเฉลี่ย 10-15 ปี ชูการ์ไกลเดอร์ เป็นสัตว์เชื่อง นำเข้าประเทศไทยเมื่อปี 2542 ปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์ได้แล้ว สำหรับวิธีการเลี้ยง ต้องเตรียมกล่องหรือกรงที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ควรมีความสูงมากกว่าความกว้าง เพราะ ชูการ์ไกลเดอร์ ชอบกระโดดและปีนป่าย แนะนำให้หากิ่งไม้หรือที่สำหรับปีนป่ายได้ด้วยก็จะยิ่งดี ภายในกล่องหรือกรงควรมีช่องการระบายอากาศที่ดีพอสมควร นอกจากนี้ควรมีถุงนอนหรือผ้าจัดไว้ให้ด้วย เพราะชูการ์ ไกลเดอร์ชอบนอนซุกตามถุงผ้า หรือโพรง เนื่องจากสัตว์พันธุ์นี้ขี้หนาว


          ในเรื่องอาหารการกิน  ชูการ์ไกลเดอร์ สามารถกินอาหารได้หลายประเภท คือกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ชอบกินผลไม้รสหวานอย่างกล้วย แอปเปิ้ล มะละกอ มะมม่วงสุก  แตงโม  ฯลฯ ทั้งนี้ ควรให้กินผลไม้หลากชนิดสับเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้รับวิตามินครบถ้วน นอกจากนี้ควรให้กินแมลงบ้าง เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน หนอนนก เพื่อเพิ่มโปรตีน 


          ส่วนปริมาณอาหารในช่วงอายุ 2 เดือนแรก ให้กินวันละ 4-6 ครั้ง เพราะอยู่ในวัยเจริญเติบโต เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 3 ลดเหลือวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น อายุ 4 เดือนขึ้นไปให้อาหารวันละ 1 ครั้งคือ ก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ควรเตรียมน้ำสะอาดไว้ในกรงด้วย

          และแม้ว่า ชูการ์ไกลเดอร์ มักจะทำความสะอาดตัวเองอยู่เสมอก็ตาม แต่เมื่อใดที่คุณสังเกตเห็นร่างกายของ ชูการ์ไกลเดอร์ สกปรกและเริ่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก็สามารถพามันไปอาบน้ำได้ โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ เช็ดตามลำตัว จากนั้นรีบเช็ดตัวให้แห้งเร็วๆ ป้องกันไม่ให้ปอดชื้น


          สิ่งหนึ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเลี้ยงดูเจ้า ชูการ์ไกลเดอร์ คือ เล็บอันคมกริบของมัน เวลาที่เค้าเกาะจะเจ็บพอสมควร ยิ่งหาก ชูการ์ไกลเดอร์ เกิดตกใจจะกระตุกเท้าแล้วเล็บจะจิกเราทำให้เป็นแผลได้ ดังนั้น ควรตัดเล็บโดยนำกรรไกรตัดเล็บมาตัดบริเวณปลาย ๆ เล็บ ระวังอย่าตัดลึก เพราะอาจโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทได้ ซึ่งในการตัดเล็บครั้งแรกอาจยากสักหน่อย เพราะความไม่เคยชิน จึงแนะนำให้แอบตัดตอนที่เขานอน หรือกำลังกินจะง่ายที่สุด



 

 

 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นกกระเต็นลาย

แมวดาว

เสือดาวหิมะ